พาเที่ยวมิวเซียมสยาม ตอนที่ 2 "การเดินทางที่แสนวิเศษ"
ชื่อตอนอาจจะดูแล้วคล้ายเพลงของวงเอนโดรฟิน ทว่าสิ่งที่ผมกำลังจะพาทุกๆคนไปดูต่อจากนี้ไม่ใช่การเดินทางเพื่อตามหาใครคนหนึ่ง แต่เป็นการเดินทางข้ามผ่านการเวลาเพื่อสร้างดินแดนอันมั่นคงของชาวสุวรรณภูมิจนกระทั่งเป็นชนชาติไทยในปัจจุบัน หลังจากที่เกริ่นนำไปใน - พาเที่ยวมิวเซียมสยาม ตอนที่ 1 "อดีตที่แสนงดงาม" - กันไปแล้ว การเดินชมภาพและเรื่องราวที่อยู่ภายในมิวเซียมสยามแห่งนี้ต่อ ทำให้ผมได้เห็นก้าวแต่ละก้าวของบรรพบุรุษของเราบนผืนแผ่นดินทองแห่งนี้ครับ
ส่วนต่อมาหลังจากเรื่องราวเปิดตำนานสุวรรณภูมิ ก็มาถึงห้อง "สุวรรณภูมิ" ที่แสดงเรื่องราวของการตั้งรกรากบนแผ่นดินนี้ครับ ห้องนี้แสดงเรื่องราวหลายอย่างทั้งเรื่องของประเทศเพื่อนบ้าน การเดินทางค้าขายในสมัยก่อน และจอภาพขนาใหญ่ที่เห็นอยู่ทางขวานั้น คืออนิเมชั่นแสดงการตั้งรกรากของชนชาติครับ
ที่ป้ายนี้เมื่อกดปุ่มจะมีเสียงกล่าวคำทักทายของแต่ละเผ่าพันธ์ที่ได้มีการสันนิฐานว่าเป็นชนเผ่าที่เข้ามารวมกันอาศัยบนแผ่นดินไทยครับ
จอ LCD ขนาดใหญ่กลางห้องกำลังแสดงภาพเคลื่อนไหว แสดงถึงการเข้ามาตั้งถิ่นฐานของผู้คนครับ ผมยืนมองตรงนี้อยู่นานทีเดียว ดูไปก็เพลินไปครับ [^^]
สิ่งที่ดีที่สุดของมิวเซียมสยามไม่ใช่แค่เพียงเนื้อหาครับ แต่เป็นเครื่องมือที่ทำให้ผู้เข้ามาเยี่ยมชมสามารถเข้าใจเรื่องราวเหตุการณ์ได้ง่ายมากขึ้น ตรงที่เห็นในภาพเป็นส่วนของการถลุงแร่โลหะในสมัยแรกเริ่มก็มีวิดีโอจำลองเรื่องให้ผู้ชมได้ดูครับ แล้วถ้าอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมก็ค่อยอ่านที่ป้ายนิทรรศการด้านข้างเสริม
ความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างหนึ่งเริ่มต้นมาจากการทำการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านและไกลออกไปยังอีกฝั่งน่านน้ำครับ ทำให้ประเทศไทยเป็นแหล่งที่รวมทั้งศาสตร์และศิลป์ของนานาชาติในเอเซียไว้ด้วยกันหลายอย่าง ที่เห็นในภาพเป็นเส้นทางการเดินเรือทำการค้าในสมัยก่อนครับ
ผมชอบตรงนี้มากเลย [^^] ข้างหลังเป็นภาพปราสาทตามวัฒนธรรมของขอมครับ ส่วนในจอนั้นสามารถโยกขึ้นลงได้ พร้อมกับมีภาพของผู้คนที่กำลังก่อสร้างปราสาทอยู่หากโยกขึ้นก็จะเห็นการทำงานด้านบนของปราสาทตามส่วนที่เราขยับไปครับ
มาถึงพุทธปัญญาครับ ศาสนาที่เข้ามาถึงประเทศไทยและหยั่งรากรวมเป็นวัฒนธรรมของเรา ตามตำนานกล่าวว่าพระเจ้าอโศกมหาราชได้ส่งพระสงฆ์เดินทางไปเผยแแพร่พระพุทธศาสนาแต่หลายชนชาติและแดนสุวรรณภูมิก็ได้เป็นที่หนึ่งที่คณะสงห์ได้เดินทางมาถึงด้วย จึงทำให้พุทธศาสนาปรากฏอยู่บนแผ่นดินไทยจวบจนทุกวันนี้ครับ
ถ้าจะกล่าวถึงพุทธศาสนาแล้ว จะกล่าวข้ามหัวใจของพุทธไปก็คงไม่ดีนัก ที่ห้องนี้ยังแสดงคาถา "เย ธัมมา" อันเป็นแก่นแท้ของพระธรรมครับ
"เย ธัมมา เหตุ ปัพพวา
เตสัง เหตุง ตถาคโต
เตสัญจะ โย นิโรโธ จะ
เอวัง วาที มหาสมโณ"
"ธรรมเหล่าใดเกิดแต่เหตุ
พระตถาคตเจ้าทรงแสดงเหตุแห่งธรรมเหล่านั้น
และความดับแห่งธรรมเหล่านั้น
พระมหาสมณะมีปกติ ทรงสั่งสอนอย่างนี้"
เป็นคำที่พระอัสสชิเถระแสดงแก่อุปติสสปริพาชก(พระสารีบุตร) หลังจากได้ฟังธรรมบทนี้ พระสารีบุตรได้ดวงตาเห็นธรรม บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบันครับ (หากต้องการอ่านเรื่องราวโดยละเอียดเชิญได้ที่ เว็บพลังจิต ครับผม [^^]
ห้องต่อมาเป็นส่วนของ "กำเนิดสยามประเทศ" ครับ เรื่องราวเริ่มตั้งแต่สมัยก่อตั้งกรุงศีอยุธยาเป็นราชธานีตลอดเรื่อยมาจนเป็นมหานครที่เจริญรุ่งเรืองสูงสุดแห่งยุคครับ
"สยามประเทศ" เป็นส่วนแสดงวัฒนธรรมของคนไทยในยุคกรุงศรีอยุธยา และหลายๆอย่างได้สืบทอดประเพณียาวนานมาจนถึงปัจจุบันครับ
เรือพยุหยาตราทางชลมาตร ก็มีมาตั้งแต่สมัยนั้นแล้ว โมเดลที่เห็นเป็นการจำลองขบวนเรือที่สมบูรณ์แบบให้ผู้ชมได้ชมกันครับ
โมเดลเล็กๆที่ละเอียดมาก..ก จำลองวิถ๊ชีวิตผู้คนในสมัยกรุงศรีอยุธยาครับ สวยจริงๆ
อีกมุมหนึ่งของโมเดลครับ ทำรายละเอียดออกมาได้ดีจริงๆ
ห้องถัดมาเป็นสยามยุทธ์ครับ แสดงการทำสงครามด้วยช้าง ม้า ดาบหอก การวางแผนและกลศึก ในห้องยังมีละครจำลองเหตุการณ์ของคนในสมัยนั้นด้วยครับ
และแล้วแผ่นดินสยามก็เริ่มมีการแบ่งอาณาจักรออกเป็นสัดส่วน เมื่อแผนที่กำเนิดขึ้นมาครับ ห้องนี้จะแสดงแผนที่ที่สร้างขึ้นมาในยุคต่างๆของสยามประเทศครับ
เมื่อสิ้นอยุธยาไป ชาวสยามจึงมาตั้งถิ่นฐานใหม่ใต้เงาอันรุ่งเรืองของกรุงศรีอยุธยา ในตอนนั้นก็มีชนชาติหลายเผ่าพันธ์เข้ามาร่วมก่อสร้างมหานครแห่งใหม่นี้ด้วย ลองคลิกขยายขึ้นมาดูสิครับ อาจจะตกใจเหมือนตอนที่ผมอ่านก็ได้ [^^]
ที่ "ชีวิตนอกกรุงเทพ" ทำให้เราได้เห็นบรรยากาศของชาวบ้านที่อาศัยโดยอยู่อย่างพอเพียงภายใต้วิถีชีวิตที่พึ่งพาธรรมชาติครับ นึกๆไปแล้ว อยากออกไปเที่ยวต่างจังหวัดอีกแล้วสิ [- -]
เมื่ออารยธรรมตะวันตกเข้ามา ประเทศไทยก็ค่อยๆเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ การสร้างถนนหนทางทำให้ชีวิตที่เกี่ยวข้องกับสายน้ำมาตลอด ก็ทยอยมาใช้การเดินทางด้วยรถลากจนกระทั่งรถยนต์ ในห้องนี้เพียงห้องเดียว ทำให้ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยที่ทั้งน่าทึ่ง...และน่าใจหายไปพร้อมๆกันครับ
"กำเนิดประเทศไทย" ที่บอกถึงการกำเนิดของการเป็นประเทศไทยอย่างสมบูรณ์ครับ สื่อเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในทุกๆด้าน หล่อหลอมความเป็นชนชาติของทุกชาติไว้ในความเป็นไทยอย่างสมบูรณ์ครับ ห้องนี้มีของเก่าๆหลายอย่างที่น่าดู ใครที่เกิดทันได้เห็นก็อาจจะอมยิ้มบ้างแน่ๆครับ
วิทยุทรานซิสเตอร์รุ่นโบราณที่เห็นวางกองอยู่ตามคลองถม แต่เครื่องนี้ยังใช้ได้ที่นี่นะครับ [^^]
ช่อง 4 บางขุนพรหม ก่อนที่จะกลายมาเป็นช่อง 9 อสมท. และเป็น โมเดิร์นไนน์ทีวีในวันนี้ครับ อุปกรณ์ที่เห็นเป็นการจำลองเหมือนห้องออกอากาศจริงในสมัยนั้นครับ
อีกอย่างที่ผมชอบในห้องนี้ครับ นางงามของไทย หรือนางสาวไทยในปั 2480 ครับ โหย.. รุ่นยายๆเรานี่เอง สวัสดีครับคุณยาย [^^]
ในที่สุดยุคแห่งแสงสีก็มาถึงครับ หลังสงครามผู้คนต่างหาความรื่นเริงเพื่อปลดปล่อยตัวเองจากความโศกเศร้าและการสูญเสีย สถานบันเทิงจึงเกิดขึ้นและนำเอาสีสันแห่งตะวันตกเข้ามาสู่ประเทศไทยจนถึงทุกวันนี้
อีกมุมภายในผับจำลองครับ
ห้องเมืองไทยวันนี้ เป็นเหมือนอุโมงค์ที่พาเรากลับมาสู่ยุคปัจจุบัน ยุคแห่งเทคโนโลยี แสงสี และความรื่นเริงครับ หากเปรียบกับภาพแรกสุดของบทความที่แล้ว หินโค้งที่ด้านหน้าพิพิธภันฑ์ก็คงเป็นประตูที่พาเรามาสู่อดีตนั่นเอง
กาลเวลาผ่านไปอย่างไม่มีวันกลับ การเดินทางของชนเผ่าเล็กๆหลายๆชนเผ่าที่ก่อร่างขึ้นมาเป็นชาติพันธุ์ที่ชื่อว่า "คนไทย" ก็ได้มาถึงคืนวันที่หลายคนลืมการสูญเสียแห่งอดีตไปจนแทบจะหมดสิ้น ลืมการต่อสู้เพื่อรักษาไว้ซึ่งแผ่นดินที่หลับนอน ลืมการไขว่คว้าหาซอกเล็กๆที่ปลอดภัยจากโรคร้ายและสงคราม ลืมวัฒนธรรมอันแสนงดงามเมื่อครั้งอดีต และอาจจะลืมไปแล้วว่าคืนวันที่ก่อร่างสร้างชาติไทยขึ้นมานั้นได้ใช้เลือดและเนื้อของบรรพบุรษไปมากเพียงใด วันนี้ผมอ่านหนังสือพิมพ์ ก็ยังคงเห็นคนไทยยังคงต่อสู้กับคนไทยด้วยกันเอง หากคนในอดีตสามารถมองมาเห็นวันนี้ได้คงต้องหลั่งน้ำตาที่พวกเค้าต้องสูญเสียทั้งเพื่อนพ้องและครอบครัวรักษาแผ่นดินเอาไว้ให้คนในปัจจุบันฆ่าล้างกันเอง...
อย่างไรเสีย...."การเดินทางที่แสนวิเศษ" ครั้งนี้........คงจะทำให้ผู้ที่เรียกตัวเองว่า "คนไทย" ได้สติขึ้นมาบ้างกระมัง..
................................................................................
นี่....เป็นไงล่ะ สาระกะเค้าก็เป็นด้วย หุๆๆ [^^]
ผู้ที่จะไปเยี่ยมชมมิวเซียมสยาม ดูแผนที่ได้จาก www.ndmi.or.th ครับ







