เที่ยวสุพรรณบุรี สามชุกรีสอร์ทกับตลาดร้อยปี
เมื่ออาทิตย์ก่อนที่จังหวัดสุพรรณบุรีมีงาน “รวมพลคนทำสื่อ” จัดขึ้นที่ราชมงคลสุวรรณภูมิ สามชุกผมก็ติดตามเจ้านายไปออกบูธกับเค้าด้วย งานนนี้นอกจากได้ไปทำงานแล้วเลยเหมือนได้เที่ยวไปด้วยตามระเบียบ บรรยากาศหน้าหนาวของสุพรรณบุรี จังหวัดที่ใครๆเค้าบอกว่าแค่เคยนั่งรถผ่านกลับสร้างความประทับใจให้ผมได้มากมายจริงๆ
บรรยากาศร้านกาแฟแห่งหนึ่งในตลาดร้อยปี หรือตลาดสามชุกครับ
เริ่มต้นก่อนจะทำอย่างอื่น ผมตระเวนหาที่พักกันก่อน เพราะจะไปพักในเมืองก็ไกลเหลือแสน สอบถามเจ้าหน้าที่ในราชมงคลสุวรรณภมิก็ได้ความว่าแถวสามชุกมีรีสอร์ทอยู่หลายแห่ง หลังจากขับรถตรงมาไม่ไกลก็เห็น “สามชุกรีสอร์ท” อยู่ที่ฝั่งตรงข้าม เลยกลับรถมาแล้วก็ตั้งใจจะเข้าไปดูกันซะหน่อย ถ้าพอจะพักได้ก็จะได้อยู่มันที่นี่คืนนี้เลย
ขับรถมาตามถนนด้านใน มีป้ายบอกทางเป็นระยะๆครับ ไม่ต้องกลัวหลง น้อยๆก็มั่นใจว่าที่นี่มีกิจการอย่างเปิดเผยล่ะครับ
ถึงหน้าสามชุกรีสอร์ทแล้ว ด้านหน้าดูดีกว่าที่คิดไว้เยอะเลยเชียว ด้านหน้าของรีสอร์ทนี้ติดกับแม่น้ำท่าจีนด้วยครับ เข้าไปดูกันหน่อยดีกว่าว่าห้องพักเป็นยังไงมั่ง
อะ… คิดแบบผมใช่มั้ยครับ พอเห็นเป็นแบบนี้แว่บแรกผมก็นึกอยากจะย้ายที่เลยเหมือนกัน ออกแนวบ้านริมหาดแถวพัทยาไม่ก็… อะไรสักอย่างที่อโคจรนิดนึง หึๆ แต่ปล่าวครับ คนดูแลบอกว่า ที่ด้านหลังมีส่วนที่เป็นรีสอร์ทแบบบ้านเป็ฯหลังอยู่ด้วย ซึ่งนักท่องเที่ยวจะนิยมไปพักที่ส่วนนั้นกันมากกว่าครับ
พอมาถึงตรงนี้ผมก็สบายใจแล้วครับ หัวใจชื่นบานขึ้นมาทันที ลมพัดโกรกเย็นสบาย บ้านพักเรียงรายเจืองด้วยแสงแดดยามเย็น สุดยอดเลย ว่าแล้วผมก็รีบกระโดขึ้นที่พักว่าเค้ามีอะไรมั่ง
เตียงเป็นเตียงเดี่ยวครับ แต่ก็มีเก้าอีเอนให้อีกตัว เลยไม่มีปัญหาสำหรับคนที่มาหลายคน ห้องพักดูดีสะอาดสะอ้านมากเลยครับ แหม่ คืนนี้ท่าจะนอนมีความสุขละ 555+
ทีวี แอร์ ตู้เย็น มีพร้อมบริการตามระเบียบ และสำหรับที่พัก จะขาดการสำรวจห้องน้ำของผมไปไม่ได้..
….อืม…. ถ้ามีบ้านสักหลังผมก็อยากจะทำห้องน้ำให้เป็นแบบนี้เลย ข้างบนเปิดโปร่งให้แสงลอดผ่าน กลางคืนมองดาวไปอาบน้ำไป 555+
นอกบ้านก็มีสวนหย่อมให้พักผ่อนหย่อนใจครับ ทั้งเก้าอี้นั่งและศาลากลางน้ำ เรื่องร้อนนี่พับเก้บไปได้เลยที่นี่ลมเย็นตลอดเวลาที่ผมอยู่ เพราะอะไรนะหรือ ?
รีสอร์ทแห่งนี้ ล้อมรอบไปด้วยทุ่งนานั่นเอง ครับ ลมพัดได้ทั้งวันเพราะไม่มีอะไรมากั้นทางลม สบายกันไป [^ ^]
เอาล่ะ ได้เวลาไปลุยตลาดร้อยปีกันแล้ว ผมเคยไปเที่ยวตลาดที่เป็นแนวอนุรักษ์วัฒนธรรมอยู่แค่ไม่กี่ที่ ที่นึงก็คือ “ตลาดน้ำอัมพวา” ที่มีคนไปเที่ยวกันชุกชุมซะจนเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่สงบไปซะแล้ว ที่นี่ก็ไม่รู้จะเป็นยังไงเหมือนกัน วันนี้จะได้รู้กันละ
เอ.. ผิดคาดนึกว่าจะมีคนเดินชุกชุมเยอะแยะ แต่อาจจะเพราะว่าผมมาเที่ยวในวันธรรมดาก็ได้นะ
พอเข้ามาด้านในก็สัมผัสบรรยากาศเก่าๆจากระแวกบ้านเรือนแถวนี้ได้เลย ตลาดที่แบ่งกั้นเป็นห้องๆแยกกันตามร้านค้า ดูคล้ายกับที่อัมพวาดีจัง เลยไม่รู้เหมือนกันว่าแต่เดิมตรงนี้เป็นที่แหล่งที่อยู่อาศัย พอมีนักท่องเที่ยวไปมาเลยเปลี่ยนเป็นร้านขายของรึเปล่า ?
ทิ้งความสงสัยไปก่อนแล้วมาดูของที่วางขายกันดีกว่า ร้านแรกที่หัวมุมก็เป็นพวกหม้อเคลือบแบบเก่าจนไปถึงแบบใหม่ที่มีวางขายตามห้าง เมื่อก่อนตามร้านข้าวแกงเราจะเจอหม้อเคลือบที่เป็นสีน้ำเงินอยู่แบบทุกร้านเลยนะครับ เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยจะมีให้เห็นละ
ขนมหวานแบบไทยดูจะเป็นของที่ขาดไม่ได้ในแหล่งท่องเที่ยว แบบนี้ไปซะแล้ว แถมยังมีแคปหมูด้วยนะเอ้อ
ตุ๊กตาน้ำตาลปั้นมีมาวางขายในราคาตัวละ 5 บาท ผมก็แอบซื้อมากินเล่น 5 ตัว ความจริงซื้อในร้านเค้กก็ได้นะ เพียงบรยากาศที่ต่างกันทำให้ของที่เหมือนๆกันให้ความรู้สึกต่างกันลิบลับเลย [^ ^]
อีกหนึ่งร้านขนมหวานไทย มีของเชื่อมแปลกๆหลายอย่างที่ผมไม่เคยเห็น อย่าง “ฟักเชื่อม” ที่เห็นสีเขียวๆอยู่ตรงมุมรูปซ้ายมือนั่นแหละครับ ปกติทานแต่เวลาอยู่ในแกงจืดเนอะ
“ขนมโสมนัส” คุณยายที่ขายแกว่าเป็นขนมไทยโบราณที่ทำกันมาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่ากันเลยทีเดียว ทำจากไข่ขาวกับมะพร้าว ผมซื้อมาลองแล้วก็อร่อยดี มันๆกรอบๆ
ร้านกาแฟโบราณที่เจ้านายผมแนะนำ เห็นว่ารสชาติถึงแก่น กินแล้วไม่ต้องนอนไป 3 คืนก็ยังได้ 5+ เอาโอเลี้ยงดีกว่า
เห็นร้านแบบนี้แล้วนึกถึงสมัยเด็กๆตอนไปนั่งร้านนมสดเจ้าดังเจ้าหนึ่งแถวๆเสาชิงช้านะครับ เดี๋ยวนี้กลายเป็นเฟรนไชน์ไปซะละ
มาสุพรรณจะซื้อของฝากก็ต้องสาลี่สุพรรณครับ นอกจากกลิ่นนมแมวแล้วตอนนี้ยังมีกลิ่นสตอเบอรี่ องุ่น ส้ม เยอะแยะมากมาย ใครอยากลองก็ซื้อกันไปดู ผมของกินรสดั้งเดิมดีกว่า สบายใจ [^ ^]
ร้าน “บ้านโค้ก” ร้านดังอีกร้านของที่นี่ ตอนผมมาเค้าปิดไปแล้วเลยไม่ได้ยลกันเลย
ใกล้ๆกับบ้านโค้ก มีร้าน “มหาสะนุก” อยู่ด้วย ขายของเล่นโบราณหลายๆอย่าง ผมไม่สนเท่าไหร่แต่ที่สนคือน้ำกระป๋องที่วางอยู่หน้าร้านครับ
นี่เลย “คิกคาปู๊” กินตั้งกะเด็กๆ สมัยนี้ไม่มีละ ราคาเอาเรื่องเหมือนกัน กระป๋องละ 50 บาท เจ้าของเค้าว่าเพราะต้องน้ำเข้ามาเป็นของแท้แน่นอน ก็เลยเอาฟระ เอาไปกินระลึกควาามหลังครั้งยังเด็กกันนิดนึง
หมวกทรงแบบนี้ก็มีขายที่นี่ รวมๆแล้วตลาดนี้มีแทบทุกอย่างเลย มาตัวเปล่าแล้วมาซื้อเสื้อผ้าเอาที่นี่ยังได้เลยนะครับเนี่ย
ส่วนอีกอย่างที่ฮิตกันทุกที่ที่เป็ฯแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ก็ต้องเสื้อที่ระบุว่า “ไปไหนมา” อย่างที่นี่ก็พิมพ์ลายไว้ว่า “ตลาดร้อยปี” ครับ
สุดทางของตลาดเป็นแม่น้ำท่าจีนครับ มีชาวบ้านนั่งซักล้างอยู่ข้างล่าง ภาพแบบนี้หาได้ยากเต็มทีแล้วสำหรับคนเมือง “คนไทยที่ใช้ชีวิตผูกพันธ์กับสายน้ำ” ใช้ไม่ได้แล้วครับกับสังคมสมัยใหม่
ปิดท้ายด้วยมุมดีๆที่สามชุกรีสอร์ทครับ [^ ^]
สำหรับแผนที่ดูได้จากด้านล่างนี้เลยครับ และเช่นเคย ขอขอบคุณแผนที่จาก “ลองดู.คอม” ครับ
…………….

















