หลังจากเล่นน้ำที่น้ำตกคลองพลูเสร็จแล้วเรายังไปเล่นน้ำทะเลต่อที่หาดคลองพร้าวอีก เล่นน้ำกันจนสะใจก็ไปนอนพักกันที่บ้านครู่นึง เวลาไม่คอยท่าเราก็รีบเดินทางกันต่อไปที่หมู่บ้านชาวประมงบางเบ้ากันต่อ ก็ตั้งแต่มาที่เกาะตอนเช้าก็ได้ยินนักท่องเที่ยวเค้าพูดกันหลายคน ขอไปให้เห็นกับตาหน่อยแล้วกันว่าเป็นยังไง (สำหรับความเดิมเรื่องการเดินทางมาเกาะช้างตอนแรก คลิกที่นี่เลยนะครับ)
บรรยากาศ ณ จุดชมวิวที่เราแวะกันระหว่างทางก่อนถึงบ้านบางเบ้าครับ
ก่อนจะไปถึงบ้านบางเบ้า ตอนนี้ก็ราว 4 โมงเศษ ยังพอมีเวลาที่เราจะแวะจุดชมวิวของเกาะช้างฝั่งนี้ครับ ก็เรียกได้ว่าไม่เสียทีที่แวะเพราะมองเห็นบรรยากาศสวยๆของเกาะได้ทั่วเลย แม้จะไม่มีวิวสวยๆให้เห็นข้างล่างเท่าไหร่ก็เหอะ
มีป้ายเตือนเรื่องกระแสน้ำดูดที่จุดชมวิวนี้ด้วย ผมก็งงว่าทำไมถึงไม่เอาไว้แถวๆริมหาดบ้างนะ จะได้รู้กันก่อนแล่นน้ำ นี่ผมเล่นกันเสร็จละพึ่งจะมาเห็ฯคำเตือนที่จุดชมวิว [- -]
สถานที่ท่องเที่ยวในไทยเดี๋ยวนี้มีตู้ไปรษณีย์แปลกๆกันมากขึ้นนะครับ เหมือนตอนที่ไปอัมพวา ที่นี่ทำเป็นรูปจรวดแฮะ ทำไมไไม่เป็นรูปช้างหว่า ?
แม้จะเย็นแล้ว แต่ด้วยแสงหน้าร้อนก็เลยได้อยู่แถวนี้กันอีกพักใหญ่เลย เริ่มไม่อยากจะไปไหนกันละลมเย็นดี
น้องที่ออฟฟิศนำเสนอมุมถ่ายรูปที่ให้คอนเซปว่า “แปลงร่าง” เอาไว้ ณ จุดชมวิวแห่งนี้ครับ ใครจะเอาไปใช้บ้างก็ไม่ว่ากัน 555
ถ่ายรูปกันหอมปากหอมคอที่จุดชมวิวแล้ว สักพักเราก็เดินทางมาถึงบ้านชาวประมงบางเบ้าแล้วครับ…ฟังชื่อหมู่บ้านชาวประมงนึกว่าจะบ้านๆกว่านี้ แต่ขอโทษครับ เห็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญของการค้ามั้ยครับนั่น หิวเมื่อไหร่ก็แวะมา..ยังไม่หิวหรอกแต่เจอพี่ทุกที่เลยเดี๋ยวนี้ [- -]
แหม่…ได้รางวัลหมู่บ้านอาหารปลอดภัยด้วยครับ สงสัยจะมีของอร่อยกันเยอะ หุๆๆ
เพราะเป็นหมู่บ้านที่มีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการออกทะเลกันมากมาย เลยต้องมีข้อห้ามเอาไว้บ้างครับ แค่หินโดนมากสุดถึง 20,000 เลยนะเอ้อ ช่วยกันอนุรักษณ์ธรรมชาติกันเหอะ
อืม ของทะเลแห้งมีตั้งกะหน้าๆ เลย แวะๆดูสักพักก็ยังไม่อยากซื้อตอนนี้เพราะต้องแบกไปแบกมา แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ซื้อครับ ซื้อมาส่วนใหญ่ของแห้งผมก็จะปล่อยมันแห้งไว้อย่างนั้นแหละ คงแห้งอีกนาน..
มีบริการพาทัวร์ให้เห็นกันอยู่เรื่อยๆครับโดยชาวประมงท้องถิ่น ก็ดีนะครับ ช่วยให้เงินนอกประเทศไหลเข้ามาในท้องถิ่น เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่ผมเห็นเป็นชาวต่างชาติทั้งนั้นเลย
เดินไปเดินมา ไม่รู้ว่าทุกท่านที่อ่านอยู่จะรู้สึกเหมือนผมหรือปล่าว? ผมรู้สึกว่าเหมือนเดินอยู่บนเกาะเกร็ดเวอร์ชั่นริมหาดอะไรประมาณนั้นเลยอะ จริงๆนะ
ข้าวของที่ขายก็ดูแนวย้อนยุคกับแฮนด์เมด อ่านะ ใช่เลย เกาะเกร็ดเวอร์ชั่นทะเล ย้ำอีกคร้ง เหอะๆ
มีชุดอาหารเกาหลีให้ทานด้วยแฮะ เอ.. แหวกแนวซะจริงๆ เริ่มไม่เหมือนเกาะเกร็ดละ 129 ต่อคน อืม ราคาใช้ได้เลย เสียดายที่ไม่มีเวลาลอง
ใครกลัวว่ามาบ้านบางเบ้าแล้วจะถูกตัดขาดจากเทคโนโลยี ขอโทษครับมีอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ด้วย โฮ่ๆ หมู่บ้านชาวประมง สุดยอด
เดินมาจนสุดเราก็จะได้เห็นเรือกันแล้วครับ เป็นเรือสำหรับพานักท่องเที่ยวออกเที่ยวตามเกาะต่างๆในเกาะช้าง มีบริการดำน้ำและอาหารบนเรือด้วย แต่ราคาสำหรับพวกผมก็สุดๆดีเหมือนกัน
นักท่องเที่ยวพึ่งจะลงมาจากเรือครับสังเกตดูแทบไม่มีคนไทยเลย
น้องสาวชาวญี่ปุ่นคนนี้เดินดูรูปเพลินเลยหกล้มครับ ร้องไห้น้ำตาไหลเป็นสายแต่พอลุกขึ้นได้ก็ยกกล้องมาดูรูปต่อครับ สปิริตแรงจริงๆ โตขึ้นเป็นช่างภาพอาชีพแน่หนู [^ ^]
เรืออีกลำครับ สีสวยดีแท้ พวกผมมีเวลากันแค่คืนเดียวเท่านั้นไม่งั้นก็คงอยากลองนั่งเรือบ้าง เฮ่อ คราวหน้าๆ
นอ้งสองคนนี้นั่งตกปลาอยูริมฝั่งนานสองนานแล้ว ลูกพี่ผมเดินเข้าไปถามว่าได้ปลาเยอะปล่าว น้องเค้าสวนตอบมาแทบจะทันที “ยังไม่ได้สักตัวเล้ยพี่ ตกเล่นๆเฉยๆ” ดีครับน้อง ไม่ซีเรียสในการตก จะได้ไม่เหมือนพวกพี่ตอนไปสีชัง ตกไม่ได้แล้วอยากร้องไห้ 555+
สุดทางมีประภาคารอยู่ด้วยครับ ไม่ได้ถ่ายรูปกับประภาคารตอนแหลมงอบ ก็ได้มาถ่ายรูปกันที่นี่แทน ดีใจกันไป [^ ^]
สุดท้ายเราก็กลับกันไปหาอะไรกินครับ คืนนั้นฝนตก แถมไฟดับทั่วเกาะ เราเลยได้กินข้าวกันกลางแสงเทียน โรแมนติกได้อีก [- -“] ไม่ได้ถ่ายภาพอาหารมาครับ เพราะไม่ไหวจะเอากล้องไปสู้ฝนตอนกลางคืน
และแล้วในเที่ยววันรุ่งขึ้น พวกผมก็ออกจากเกาะกันเพื่อจะไปเที่ยวที่อื่นกันต่อระหว่างทางครับ แม้จะมีเวลาน้อยก็ถือว่ามาเปลี่ยนบรรยากาศได้ดีเลย ที่นี่ถึงจะไม่ให้ความรู้สึกในการเป็นเกาะเท่าไหร่ แต่สำหรับการท่องเที่ยวธรรมชาติ เป็นที่ที่มาครั้งเดียวแล้วได้บรรยากาศของน้ำตก ภูเขา และทะเลไปพร้อมกันในครั้งเดียวครับ
ตอนหน้าไปเที่ยวน้ำตกพริ้ว.. น้ำตกสวยที่ปลาพลวงเยอะสุดๆครับ [^ ^]
…
