ไทยทรงดำ..กับพิธีเรียกขวัญชาวไทยโซ่ง
เมื่อสองปีที่แล้ว ผมได้เคยเล่าถึงวัฒนธรรมแล้วความเชื่อของกลุ่มคนไทยพื้นเมืองกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่า “ไทยโซ่ง” หรือที่เพี้ยนกันมาเป็น “ไทยทรง”และเรียกกันติดปากคนทั่วไปว่าไทยทรงดำไปแล้ว ในชื่อตอน “ผ้า สไบ..ห้าไห...ไทยทรงดำ” ซึ่งงานรวมตัวของชาวไทยโซ่งที่ผมไปจะจัดขึ้นทุกๆวันที่ 14 เมษายนของทุกปี มาปีนี้ก็มีการจำลองงานพิธีเรียกขวัญมาให้ได้ชมกันอีกครั้ง กับประเพณีของชาวไทยพื้นบ้านที่หาดูกันไม่ได้ง่ายๆทั้งของจริงและในเว็บไซต์ครับ
มากี่ทีผมก็มาที่นี่แหละ อ่าวน้อย ประจวบฯ ก็บ้านแฟนผมอยู่แถวน้นี่นะ 555+ ปีนี้มีเวทีใหญ่น่าดูต่างจากเมื่อครั้งแรกที่ผมได้เอาเรื่องราวผ้า สไบ..ห้าไห...ไทยทรงดำมาเล่าให้ฟัง
ครั้งนี้เป็นครั้งที่เจ็ดแล้วครับ เอกลักษณ์ของงานนี้และผู้มาร่วมงานส่วนใหญ่ก็คือใส่ชุดสีดำนั่นเอง ส่วนรายละเอียดอ่านดูในตอนเก่าละกัน
ในงานทั้งคนสาวคนสูงอายุ(ไม่กล้าบอกว่าแก่ตรงๆครับเกรงใจ เหอะๆ)ก็จะมารำกันรอบเสาไฟแต่ละวงแต่ละต้นที่ตั้งเอาไว้ครับ ตามทำนองเพลงของชาวไทยโซ่งที่มีทั้งแคนและ….กลองชุด….อย่างว่านะสมัยนี้แล้วก็ต้องประยุกต์กันบ้างแหละ
ดูสาวน้อยสองคนนี้ซะก่อน แต่งแบบไทยโซ่งดั้งเดิมต้องมีผ้าสไบสีสวยๆคล้องแบบนี้ด้วยจะได้ดูสดใสครับ [^^] ตอนนี้ที่เวทีเริ่มทำพิธีเรียกขวัญจำลองแล้ว รีบไปดูกันดีกว่า
เริ่มจากหมอผู้ทำพิธี (รู้สึกเค้าเรียกกันว่า เสน ครับผิดถูกขออภัย) จะนำเอาสวิงและคบไฟเดินไปรอบๆบ้านเพื่อช้อนเอาขวัญของที่อาจตกหล่นไว้ของคนในบ้านมาเพื่อทำพิธี อะแฮ่ม ไหนๆก็ไหนๆ ขอเอาเรื่องความเชื่อมาใส่ซะหน่อยแล้วกันนะครับ
“สำหรับชาวไทยโซ่ง มีความเชื่อในเรื่องขวัญว่าแถนเป็นผู้สร้างให้มนุษย์มาเกิด และมีขวัญแต่ละคนติดตัวมาอยู่ในร่างกายรวม ๓๒ ขวัญ ซึ่งมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่ทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวทำงานได้ ขวัญอาจตกหล่นหรือสูญหายได้ง่าย ถ้าตกใจหรือเจ็บป่วยขวัญจะไม่อยู่กับตัว จึงต้องทำพิธีเรียกขวัญ หรือสู่ขวัญ เพื่อให้ขวัญกลับมาอยู่ในร่างกายอย่างปกติสุขตามเดิม”
ที่มาจาก - www.mod.go.th/heritage/nation/oldcity/samutsakhon8.htm
จากนั้นก็จะเชิญขวัญมาร่วมรับเครื่องเซ่นที่จัดไว้และขอให้อยู่กับคนไนเรือนตลอดไป ให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุขว่างั้นแหละครับ
ระหว่างนั้นหมอผู้ทำพิธีก็จะคอยรินเหล้าให้ไม่ขาด ให้ขวัญกินเหล้านั่นแหละครับ ผมเองก็งงๆว่าความเชื่อของเค้าอาจจะหมายถึงขวัญเป็นจิตวิญานอย่างหนึ่งที่อยู่ร่วมกันเรามาแต่เกิดก็ได้นะครับ ผมฟังคนแปลไม่ค่อยถนัดเพราะว่าคนสวดก็สวด คนแปลก็แปลไปพร้อมกัน แถมมีเสียงดนตรีจากสารพัดวงข้างหลังบรรเลงอีก [- -“] คราวหน้าเอาทีละอย่างก็ดีนะ
หลังจากจบก็มีหนูๆขึ้นมาเตรียมลำโชว์ครับ.. รออยู่นานสองนานหันหน้ามองกันก็แล้วอะไรก็แล้ว ปรากฏว่าคนเตรียมเพลงหยิบแผ่นมาผิด..ซะงั้น ซ้อมมาเป็นเดือนล่มกันก็คราวนี้ครับ แต่ทว่า..
แม้ไม่มีเพลงที่ซ้อมเพลงอื่นที่ใกล้เคียงน้องๆเค้าก็รำได้ครับ อย่างว่า รำได้ไม่ได้ ไม่ได้อยู่ที่เพลงอย่างเดียวซะเมื่อไหร่ เนอะ [^^]
ขอจบที่หนุ่มน้อยคนนี้แล้วกัน แต่งตัวโดนใจนิ ตอนหน้าผมจะรีวิวร้านอาหารไทยดีๆริมทางรถไฟแถวสามเสนนี่เอง
อย่าลืมกลับมาชมใน “แบกะดินเดิน.คอม” นะครับ [^^]
…







