แอบอู้มานานเกือบครึ่งค่อนเดือน ช่วงนี้ผมกำลังเป็นว่าที่เจ้าบ่าวมือใหม่ เลยต้องยุ่งกับอะไรหลายๆอย่าง งานประจำก็มีอยู่เสาร์อาทิตย์ต้องตระเวนัง่วอยู่กับการเตรียมงานแต่ง พอเหนื่อยก็เลยไม่อยากจะทำอะไรทั้งสิ้น กลับบ้านก็อยากจะนอนท่าเดียว แต่วันนี้ไม่ได้แล้ว ท่าจะกลายเป็นความขี้เกียจ ต้องลุกขึ้นเอาภาพมาเล่าเรื่องราวที่ได้ไปเยี่ยมเยือนเหล่าสัตว์น้ำจากมหาสมุทรที่อยู่ตีนดอยแห่งนี้ซะทีแล้ว
เจ้าเต่าทะเลตัวน้อยที่อยู่หน้าพิพิธภัณฑ์สัตวน้ำสวนสัตว์เชียงใหม่ ในนิทรรศการของกองทัพเรือที่จะมีไปอีกจนถึงสิ้นเดือนครับ
ขอย้ำอีกครั้งว่าตอนนี้ผมกำลังอยู่สวนสัตว์เชียงใหม่จริงๆนะเอ้อ..
พิพิธภัณฑ์สัตวน้ำสวนสัตว์เชียงใหม่อยู่ในส่วนท้ายของสวนสัตว์ถัดจากบ้านหมีแพนด้าไม่ไกลครับ เป็นอาคารกลางน้ำดังที่เห็นตามภาพ
ราคาค่าเข้าชมของคนไทยเป็นมิตรมากกว่าของชาวต่างชาติครับ..
สำหรับคนไทย 250 ต่อคน แต่ชาวต่างชาติ 350 บาทต่อคนครับ ช่วงที่ผมไปมีโปรซื้อ 1 แถม 1 เลยได้ตั๋วฟรีอีกใบ เฮ…. [^^]
ข้างหน้ามีงานแสดงอะไรอยู่ด้วยครับ
เป็นนิทรรศการโชว์เต่า…….ครับ รวมเต่าหลากหลายสายพันธ์ในประเทศไทยมาไว้ที่นี่เลย ตามป้าย เต่าบกยอดนักเดินทาง ไหน..เอาหน้ามาดูหน่อยซิ
นี่เองครับ เต่าบก ทำไมถึงชื่อนี้ก็เพราะมันมีนิสัยตามชื่อ เต่าชนิดนี้ไม่อยู่ในน้ำครับ สามารถเดินทางไปเรื่อยๆบนพื้นดินเหมือนสัตว์บกทั่วไป แน่นอนว่ายน้ำไม่ได้ ใครเห็นเต่าแบบนี้อย่าเผลอเอาไปปล่อยลงน้ำละกันครับ ได้บาปนะ ไม่ใช่ได้บุญ
เต่าบกขนาดใหญ่ ผมถ่ายภาพนี้เสร็จหันไปข้างหลังเห็นเจ้าหน้าที่ 3 คนกะลังจะวิ่งมาถึงตัวผมพอดี เค้านึกว่าผมกำลังก้มไปแหย่เต่า.. สงสัยกลัวผมนิ้วขาดละมั้ง เหอะๆๆ
มาข้างหลังมีลูกเต่าทะเลตัวน้อยกำลังลอยคอยอยู่ในน้ำครับ น่ารักมากมาย เหมือนบินมากกว่าว่ายน้ำนะครับ
บางตัวเหนื่อยก็ลอยนิ่งๆไปตามน้ำ ถ้าในธรรมชาติมันรอดไปได้เยอะๆก็ดีเนอะ..
เดินไปมองเต่าไป มาถึงหนาประตูซะทีครับ มีปลาฉลามมาต้อนรับด้วย
ข้างในก็เป็นนิทรรศการของกองทัพเรือครับ เป็นเรื่องของพระราชกรณียกิจของในหลวงที่ทรงทำนุบำรุงทะเลไทยให้สมบูรณ์สำรับทั้งคนและสิ่งมีชีวิตในน้ำทุกชีวิต
ก็อดไม่ได้ที่จะเอารูปเต่าทะเลมาโชว์อีกที ผมไม่รู้ว่าเป็นโมเดลหรือว่าสตาฟนะครับ แต่ให้อารมณ์ลูกเต่าตะเกียกตะกายดีมาก ลุ้นว่ามันจะไปถึงทะเลกี่ตัวกันหนอ
ผมเข้ามาถึงในอควอเรี่ยมได้แล้วในที่สุดหลังจากเพลินกะเต่าอยู่นานครับ ทางเดินส่วนแรกเหมือนเข้ามาในป่าซะมากกว่า เพราะว่าส่วนนี้เป็นสิ่งมีชีวิตในน้ำที่อาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำจืดตามธรรมชาติครับ
ด้วยนิสัยเสียของผม ถ่ายปูมาแต่ไม่ได้ดูว่าปูพันธุ์อะไร ขออภัยอย่างแรงครับมิตรรักแฟนเพลง
กุ้งเครฟิชครับ อันนี้ตอบได้แน่นอนเพราะผมเลี้ยงไว้ 2 ตัว แต่ซี้แหงไปเรียบร้อยเมื่อเดือนที่ผ่านมาครับ [T-T]
เข้ามาอีกหน่อยมีแผ่นป้ายความรู้ให้อ่านเกี่ยวกับกำเนิดน้ำและสิ่งมีชีวิตครับ เด็กอ่านได้ผู้ใหญ่อ่านดี
ฉลามหางไหม้ครับ ชื่อเป็นฉลามแต่เป็นปลาน้ำจืดนะครับ
เจ้านี่เป็นปลากระดี่นางครับ สีสันสดใสกว่าปลากระดี่ธรรมดา เลี้ยงเป็นปลาสวยงามได้ แถมทนต่อภาวะน้ำได้ดีอีกตังหาก ปลาพันธุ์อึด
ผมรู้สึกถูกใจเจ้านี่มากเลยครับ “ปลาพระร่วง” โดยผมไปหาตำนานเกี่ยวกับเจ้าปลานี้มาได้ดังนี้ครับ
“เมื่อครั้งพระร่วงเข้ามาเสวยข้าวปลาอาหารที่เขาพระบาทใหญ่ เมื่อพระองค์เสวยเสร็จแล้ว ปลาซึ่งเหลือส่วนหัวและก้างปลา พระร่วงก็นำปลานั้นปล่อยลงน้ำ แล้วกล่าวว่าให้ว่ายน้ำไป เป็นที่น่าอัศจรรย์ที่ปลานั้นกลับฟื้นชีวิตตามคำพระร่วงกล่าวแล้วว่ายน้ำไป ชาวบ้านจึงเรียกปลาชนิดนี้ว่า “ปลาพระร่วง” ปัจจุบันจะหาชมปลาพระร่วงได้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง จ.สุโขทัย ปลาชนิดนี้มีลักษณะลำตัวใสเนื้อบางจนเห็นก้างและอวัยวะภายใน”
จากเว็บเครื่องรางคลับ.คอมครับ
ถ้าจะพูดถึงความใหญ่ในโซนนี้ เจ้านี้ได้อยู่ในอันดับต้นๆแน่นอนครับ ปลาแรดเขี้ยว เห็นภาพแบบนี้ตัวมันใหญ่ยาวกว่าแขนผมอีกนะครับ
สุดท้ายสำหรับตอนนี้ ไม่ว่าใครก็คงต้องมาแวะดูตู้ที่มีปลาที่ทั้งอิริยาบถการว่ายและรูปร่างสวยงามตู้นี้แน่นอน
ปลาหนวดพราหมณ์ครับ เป็นปลาที่ว่ายน้ำอยู่ตลอดเวลา ผมมองย้อนแสงขึ้นไปเหมือนกำลังร่ายรำกันกลางแสงสว่างที่ส่องมาจากด้านบน ประทับใจง่ะ.. ท่เห้ฯเป็นหนวดนั่นจริงๆไม่ใช่หนวดนะครับ เพราะว่าปลาหนวดพรหมณ์นั้นจะอยู่ในน้ำที่ค่อนข้างขุ่นในธรรมชาติ หนวดที่เราเห็นจริงๆเป็นเป็นครีบที่มันใช้นำร่องในการหาอาหารมากกว่าการมองเห็นนั่นเอง โอ…พลังแห่งธรรมชาติ
ลองดูใกล้ๆ จะเห็นว่าหนวดที่เราเห็นจริงๆแล้วคือครีบครับ ไม่เหมือนกับปลาดุกหรือปลาสวายที่ใช้หนวดนำทางไปสู่อาหาร
ขอตบท้ายบทความนี้ด้วยน้องเต่ากันอีกสักภาพ คราวหน้าผมจะพาเข้าไปดูโซนซีฟู๊ด..เอ้ย ไม่ใช่ โซนสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลกันบ้างครับ ใครชอบของแปลก อย่าลืมมาติดตามอ่านกันเน้อ
..
