
....ศาลพระภูมิ....

(1 ผู้ชมกำลังดูหน้านี้) (1) ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม
 | | |
|
หัวข้อ : ....ศาลพระภูมิ....
|
|
....ศาลพระภูมิ.... 2 ปี, 10 เดือน ก่อน
|
พลังน้ำใจ: -1
|
|
เด็กสาวคนหนึ่งกำลังฝึกซ้อมวอลเลย์บอลกับน้องสาวอยู่ในบ้าน ไม่นานเธอจะลงแข่งกับทีมอื่นในฐานะตัวแทนของโรงเรียนช่วงนี้เธอเลยต้องซ้อมให้หนักมากยิ่งขึ้น ลูกบอลลอยโด่งไปตามแรงตีของทั้งสองไปโดนเข้าที่ฐานที่ตั้งของศาลพระภูมิจนหมุนเอนเอียงไปข้างหนึ่ง เธอรีบมาเก็บลูกบอลและซ้อมต่ออย่างเอาจริงเอาจังโดยไม่ได้สนใจอะไร.....
กลางดึกคืนนั้น... เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ แต่ในขณะทีเธองงงวยอยู่นั้นเอง สายตาเธอประหนึ่งถูกบังคับให้มองไปที่โต๊ะเขียนหนังสือภายในห้อง บนโต๊ะปรากฏร่างชายแก่ชุดขาว ต้องกับแสงจันทร์ในยามราตรี..ทว่าไร้หัวบนบ่า ระหว่างที่เธอกำลังตื่นตระหนกอยู่นั้น ร่างนั้นก็ชี้มายังเธอ..
" มึงเล่นกันมาโดนกู ทำเอาหัวกูหมุนไปหมุนมา รีบไปหันหัวกูคืนเดี่ยวนี้ !!! "
เหตุการณ์นั้นผ่านมาแล้วร่วม 40 ปี จนถึงตอนนี้ น้าสาวของผมยังจำเรื่องราวในคืนนั้นได้อย่างติดตา ยายของผมเป็นคนสอนทุกคนในบ้านตามแบบฉบับของคนเฒ่าคนแก่ที่รู้ขนบธรรมเนียมในการอยู่ร่วมกับสิ่งที่เรามองไม่เห็น นับจากวันนั้นพวกเราอยู่ในบ้านตลอดมาสุขบ้างทุกข์บ้างตามวาระของแต่ละคนเรื่อยมา จนกระทั่งปี 2540 ช่วงที่ประเทศไทยเศรษฐกิจตกต่ำอย่างสุดขีด พ่อบุญธรรมของผมก็เป็นหนึ่งในคนที่ต้องตกงานจากพิษของมันด้วย เรื่องราวจริงๆมันก็ไม่น่าจะมีอะไรเท่าไหร่ จนกระทั่งพ่อบุญธรรมผมเมื่ออยู่ว่างก็นึกอยากจะทำนู่นทำนี่ไปเรื่อย ก็ตกแต่งบ้านบ้างไปตามประสา รวมถึงเทปูนทำพื้นใหม่ที่หน้าบ้านด้วย ด้วยความไม่รู้ประกอบกับที่ยายของผมไม่อยู่ที่บ้านในเวลานั้น ตีนโรงตีนศาลที่อยู่ตรงฐานใต้สุดของศาลพระภูมิก็ถูกกลบด้วยปูนจนมิดในเวลานั้น..
วันเวลาผ่านไป พร้อมๆกับที่ชีวิตหลายชีวิตในบ้านเริ่มตกต่ำลงอย่างไม่ทราบสาเหตุ งานที่แต่ละคนเคยมีก็เริ่มถดถอยลงไปเรื่อยๆ จากคนที่เคยแข็งแรงก็ป่วยๆหายๆ สมาชิกในบ้านที่คุ้นเคยก็เหมือนพูดกันคนละภาษา เมื่อนานเข้าทุกคนก็เริ่มเอะใจและเล็งเป้าไปที่พื้นซึ่งกลบตีนโรงตีนศาล พ่อบุญธรรมผมเป็นคนที่ไม่ค่อยเชื่ออะไรเท่าไหร่ อาศัยว่าคนในบ้านอยากทำก็ทำๆไปให้เสร็จ วันที่ตั้งศาล ศาลที่เคยมีคนบอกไว้ว่าต้องตั้งเป็นหลังสีขาวเท่านั้นกลับได้สีแดงสด ส่วนหมอคนทำพิธีเมื่อมาถึงก็ไม่ได้ทำพิธีเชิญลงใดๆทั้งสิ้น คว้าเอาค้อนปอนด์ทุบเข้าไปที่กลางเสาของศาลพระภูมิหักลงในทันใด....
ประดุจมีสายฟ้าผ่าเข้าที่กลางหลัง ยายของผมที่อยู่ในระหว่างเยี่ยมหลานสาวคนใหม่ที่ต่างประเทศ ความรู้สึกเสียวแปลบปวดร้าวเกิดขึ้นที่หลังของแกในทันใด นึกแปลกใจว่านั่งอยู่เพียงเฉยๆแท้ๆ ทำไมหลังจึงเจ็บซะเหลือทน แกก็โทรกลับมาที่บ้าน ไม่ว่าจะว่างมงายหรือไม่ เรื่องพิธีตั้งศาลที่บ้านในวันนั้นก็ทำให้แกปักใจเชื่อว่านั่นเองที่ทำให้แกเจ็บหลังโดยไม่ทราบสาเหตุ พิธีดั่งต้มตุ๋นเอาเงินนั้นจบลงไปท่ามกลางความคลางแคลงใจของหลายคนในบ้าน รวมทั้งตัวผมเอง..
หลังจากนั้น ยายผมกลับมาอยู่บ้านพร้อมกับพยายามบอกทุกๆคนในบ้านให้หาโอกาสตั้งศาลพระภูมิเสียใหม่อย่างถูกวิธี แต่กลับถูกละเลย อาจจะด้วยเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง ทุกคนจึงคิดที่จะเก็บเงินไว้ใช้ในยามจำเป็นมากกว่า แต่กระนั้นไม่นานเรื่องร้ายๆที่ทุกคนไม่คาดคิด เมื่อแม่บุญธรรมที่ทำงานเหมือนเป็นเสาหลักของบ้านเป็นมะเร็ง และต้องจบชีวิตลง... ช่วงเวลานั้น สิ่งที่ยายของผมได้พร่ำบอกคือ พยายามทำพิธีขึ้นศาลเสียใหม่ ทุกอย่างจะได้กลับไปเป็นเหมือนก่อน พร้อมฝากฝังทุกอย่างในบ้านเอาไว้ ประหนึ่งแกจะรู้ว่าไฟชีวิตของแก อาจจะส่องแสงได้อีกเพียงไม่นาน 2 เดือนนับจากที่แม่บุญธรรมของผมเสีย ยายของผมก็เสียตามกันไป... หนึ่งปีให้หลัง พ่อบุญธรรมของผมเริ่มป่วยหนักขึ้น ผมเริ่มสังเกตุได้ว่างานปกติที่แกเคยทำได้อย่างสบายๆ กลับทำได้อย่างยากเย็น หายใจเหมือนคนเหนื่อยหอบอยู่บ่อยๆ กลางดึกคืนหนึ่ง เสียงร้องขอความช่วยเหลือลอดออกมาจากห้องของแก พวกเรารีบพาพ่อบุญธรรมไปส่งโรงพยาบาลด้วยอาการหัวใจวาย สามเดือนผ่านไปความทรมานที่ต้องอยู่แต่บนเตียงของโรงพยาบาลของพ่อบุญธรรมก็สิ้นสุดลง..
วันศุกร์ที่ผ่านมา (20 มีนาคม 2552) ไม่ว่าเรื่องราวทั้งหมดจะเกี่ยวก้องกับการที่พ่อบุญธรรมของผมได้ล่วงเกินเอาไว้หรือไม่ก็ตาม ผมและสมาชิกในบ้านที่เหลือก็ได้เชิญอาจารย์ท่านหนึ่งมาทำพิธีอัญเชิญศาลพระภูมิและศาลเจ้าที่ขึ้นใหม่ นับจากวันที่พ่อบุญธรรมของผมเสียก็กินเวลาได้ปีเศษๆ ท่ามกลางเสียงสวดมนต์เชิญเทวดา ผมนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในบ้านหลายๆอย่าง ทั้งเรื่องของผู้ใหญ่ของผมทั้ง 3 คนที่จากไป และเหตุการณ์อีกหลายเรื่องที่เกิดขึ้นและผมไม่ได้เอามาเล่าไว้ที่นี่ ควันธูปลอยฟุ้งขึ้นไป สูงระหลังคาศาลพระภูมิแล้วหายไปในอากาศ ฟ้าที่ครึ้มอยู่ก็กระจ่างให้แสงทองอาทิตย์ส่องลงมายังลานพิธีในบัดดล.....
นับจากนี้คงจะมีแต่สิ่งดีๆเกิดขึ้นในบ้านของผมแล้วล่ะ
...................................................................
ปล. เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมและครอบครัวประสบมาครับ มีตัดบางอย่างเพิ่มบางอย่างเพื่อความเข้าใจและความเหมาะสม ตอนแรกอยากจะใส่รูปพิธีลงไปด้วย แต่ดูจะน่ากลัวไปหน่อยเลยไม่ได้ใส่ครับ ^^
|
|
|
|
|
|
|
Re: ....ศาลพระภูมิ.... 2 ปี, 10 เดือน ก่อน
|
พลังน้ำใจ: 0
|
|
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด - -*
ตอนนี้เปลี่ยนแนวมาเล่าเรื่องขนหัวลุกแล้วเหรอคะ
แอบน่ากลัวอ่า..... - -!!!!!
|
|
|
|
|
|
|
Re: ....ศาลพระภูมิ.... 2 ปี, 10 เดือน ก่อน
|
พลังน้ำใจ: -1
|
|
แหะๆ ยังไม่เปลี่ยนแนวครับ พอดีอยากจะเอามาเล่าให้ฟังกัน แม้จะไม่เชื่อหรือมีอะไรยืนยันว่าทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะการทำไม่ดีต่อศาลพระภูมิก็ตาม แต่น้อยๆก็อยากให้เป็นตัวอย่างอีกเรื่องหนึ่งตามคำกล่าวของคนโบราณที่ว่า "ไม่เชื่ออย่าลบหลู่" นั่นเองครับ ^^
|
|
|
|
|
|
|
Re: ....ศาลพระภูมิ.... 2 ปี, 10 เดือน ก่อน
|
พลังน้ำใจ: 0
|
|
อุ๊เชื่อ....เพราะว่าอุ๊ก็เคยมีประสบการณ์เหมือนกาน ^^
|
|
|
|
|
|
|
Re:....ศาลพระภูมิ.... 2 ปี, 1 เดือน ก่อน
|
พลังน้ำใจ: 0
|
|
พี่เชื่อนะ เพราะที่บ้านก็เคยเจอ
บ้านพี่ตอนน้องชายยังเด็ก มันกลัวผี (ตอนนี้ก็ยังกลัวนะ) เวลากลางคืนที่มันปวดฉี่ แม่จะให้มันยืนฉี่ที่หน้าต่างของห้องนอน (บ้านพี่ไม่ได้มาตรฐานหรอก555)
นานวันเข้า แม่พี่ก็ฝัน ว่ามีคนแก่นุ่งขาว มาบอกแม่พี่ว่า มึงให้ลูกมึงฉี่รดหัวกู แม่ฝันอยู่หลายคืน ตอนหลังก็เลยห้ามไม่ให้น้องพี่ฉี่ริมหน้าต่าง
ส่วนพ่อพี่ก็เคยโดน แบบว่าแกชอบด่าศาลพระภูมิอ่ะ จนแกประสบอุบัติเหตุ ไฟดูด หยุดหายใจไป 10 นาทีได(แต่พ่อไม่ตายนะ เพราะมีคนต่ออายุให้แล้ว)ตอนหลังก็ให้ญาติๆกัน เข้าทรงถามดูให้ ปรากฏว่า เป็นกุมารที่อยู่ศาลพระภูมิในบ้านนั่นแหละ กุมารบอกว่า หมั่นไส้ชอบด่าดีนัก แกล้งมันเลย
เหอๆๆ
|
|
|
|
|
|
|
Re:....ศาลพระภูมิ.... 1 ปี, 8 เดือน ก่อน
|
พลังน้ำใจ: 0
|
|
|
|
|
|
|
|
|
 | | |

บทความและภาพถือเป็นลิขสิทธิ์ของเว็บไซต์ "แบกะดินเดิน.คอม" ห้ามมิให้ผู้ใดนำไปใช้โดยมิได้รับอนุญาต ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ที่ Espazs@gmail.com